3 ขั้นตอนเริ่มต้นนำ AI มาใช้ในธุรกิจแบบไม่หลงทาง
- mam 1
- 19 พ.ย. 2568
- ยาว 1 นาที

ตอนที่เราคิดจะนำ AI มาใส่ในธุรกิจ แรกๆ เราก็รู้สึกเหมือนเพื่อนหลายคนคือ “เอ… แล้วจะเริ่มยังไงดี?” “อะไรที่ต้องเตรียม?” “จะใช้แบบไหนให้คุ้ม?” และ “ถ้าเริ่มผิดทางจะเสียเวลาเสียเงินไหม?” ใช่ค่ะ คำถามพวกนี้เพื่อนๆ ต้องเคยนั่งคิดมาบ้าง เราเองก็เคยผ่านช่วงนั้นมาเหมือนกัน แต่สิ่งที่ช่วยให้เราเดินทางได้ต่อคือ การมีกรอบชัด ๆ ที่เล็กพอดี ไม่ต้องใหญ่เกิน แต่ขยับได้จริง ดังนั้นเราจึงแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนที่เพื่อนๆ สามารถนำไปใช้ได้ทันที ค่ะ
ขั้นแรก : รู้ก่อนว่า “ทำไม” กับ “อะไร”
เริ่มด้วยการถามตัวเองก่อนว่า … ธุรกิจเรา อยากได้อะไรจาก AI? เพียงแค่ตามกระแส หรือว่าอยากให้มันช่วยแก้ปัญหาจริง ๆ แบบที่เราเจอมาแล้ว สำหรับเรา ข้อแรกคือ “อยากลดงานซ้ำ ๆ ที่ทีมต้องทำทุกวัน” และ “อยากยิงแอด/วิเคราะห์ข้อมูลให้แม่นขึ้น” ซึ่งทำให้เราไม่ใช่แค่มี AI แต่มี AI ที่ตอบโจทย์จริง
จากบทความของ IBM ก็ได้กล่าวไว้ว่า การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน และวัดผลได้ เป็นหัวใจของการนำ AI มาใช้ให้สำเร็จ เช่น ลดเวลาตอบลูกค้า หรือเพิ่มความแม่นยำของการคาดการณ์ โดยระบุว่า “Define goals → Assess data → Choose technology…” เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมาก IBM+2SAP+2
สิ่งที่เราแนะนำให้เพื่อนๆ ทำคือ – หยุดคิดว่า AI คือ “ของใหญ่” แล้วเริ่มจาก “ปัญหาที่เล็กแต่เจอทุกวัน” – จดงานซ้ำ ๆ ที่หนักใจ – หา 3 งานที่อยากให้ดีขึ้นใน 3 เดือน – ตั้งตัวชี้วัดง่าย ๆ เช่น ลดเวลาตอบลูกค้าลง 30% หรือ ลดต้นทุนโฆษณาสำหรับ Lead ลง 20% เพราะเมื่อเรารู้ว่า “ทำไม” และ “อะไร” ได้ชัด เราจะไม่หลงทางตอนเลือกเครื่องมือ หรือเริ่มใช้งานค่ะ
ขั้นที่สอง : เตรียม “ข้อมูล + คน + ระบบ” ให้พร้อม
เมื่อรู้แล้วว่า “ทำไม” และ “อะไร” เราอยากให้เกิดขึ้น ขั้นถัดมาคือ เตรียมให้ทุกอย่างพร้อม ซึ่งหลายครั้งเป็นจุดที่หลายธุรกิจสะดุด เราเองก็พลาดตรงนี้มาก่อน แต่เรียนรู้ว่า การเตรียมที่ดีช่วยให้เดินได้เร็วขึ้นมาก
ข้อมูลก่อนเลย AI ขึ้นอยู่กับข้อมูล – ถ้าข้อมูลไม่ดี ข้อมูลกระจัดกระจาย หรือขาดความชัด ผลลัพธ์จะไม่แม่น ตามที่ IBM บอกว่า “AI outcomes are only as good as the input data” IBM+2gaussalgo.com+2 ดังนั้นเราแนะนำให้เพื่อนๆ เริ่มจากการจัดระเบียบข้อมูลลูกค้า/ยอดขาย/กระบวนการทำงาน เช็กว่ามีช่องไหนข้อมูลซ้ำ ขาด หรือไม่ถูกต้อง แล้วเริ่มแก้ก่อน
คนและวัฒนธรรม : ถ้าแค่ซื้อเครื่องมือ AI แล้วปล่อยให้มันอยู่เฉย ๆ โดยไม่มีคนใช้ โครงการจะหยุดแน่นอน เราแนะนำให้ทีมงานรู้สึกว่า “ใช้งาน AI คือส่วนหนึ่งของงาน ” ฝึกทีละคนทีละทีม เปิดโอกาสให้เล่น Prompt หรือสร้าง Prototype เล็ก ๆ เพื่อให้เกิดความคุ้นเคย ตามแนวทางของ SAP ที่บอกว่า AI ที่ดีไม่ได้เริ่มที่เครื่องมือ แต่เริ่มที่การจัดการคน และ การเปลี่ยนแปลงภายใน SAP
ระบบและเครื่องมือ : ดูว่าสิ่งที่เราใช้ในองค์กร – CRM/ERP/ฐานข้อมูล – สามารถเชื่อมโยงกับ AI ได้ไหม หรือต้องปรับก่อน บทความบอกว่า “transition from public tools to professional solutions” คือจุดที่หลายองค์กรสะดุด gaussalgo.com เราแนะนำให้เพื่อนๆ เลือกเครื่องมือที่เหมาะกับงานของเรา เช่น ถ้าเราเป็นธุรกิจออนไลน์ อาจเริ่มที่ Chatbot + ระบบวิเคราะห์ แล้วค่อยขยาย ไม่ต้องเริ่มที่โมเดลลึก มากจนเกินไป ในครั้งแรก
โดยสรุปในขั้นนี้คือ “อย่าลืมว่าการใช้งาน AI คือเรื่องของคน + ข้อมูล + ระบบ” ครบทั้งสามถึงจะได้ผลจริง ค่ะ
ขั้นที่สาม : เริ่มลงมือ แบบเบา ๆ แล้วขยายผล
สุดท้ายคือ ถึงเวลาลงมือแบบมีแผน และไม่กลัวเปิดตัว แต่เน้น “เริ่มเล็กให้ได้ผล” แล้วค่อยขยาย เราเองเริ่มจากแชทบอทตอบคำถามพื้นฐานในธุรกิจเรา ไม่ใช่ระบบเต็มรูปแบบทันที ผลคือ ทีมงานไม่รู้สึกกังวล ลูกค้าได้รับบริการดีกว่าเดิม แล้วเราค่อยขยายไปใช้ AI วิเคราะห์ Lead หรือ Personalization เป็นต้น
ระหว่างที่เริ่มให้ตั้ง KPI เช่น – ลดเวลาตอบลูกค้า – เพิ่มเปอร์เซ็นต์ Lead ที่กลายเป็นลูกค้า – ลดต้นทุนโฆษณาต่อ Lead และอย่าลืมวัดผลจริง – บทความหลาย แหล่ง รวมทั้ง SAP บอกว่า “Measuring value” คือเรื่องที่หลายองค์กรพลาด SAP+1
เมื่อผลดีแล้ว ก็ถึงเวลา ขยาย – จากงานเล็ก ๆ ไปงานใหญ่ขึ้น จากแชทบอท ไปวิเคราะห์ใหญ่ จากแคมเปญเล็ก ไปทั้งระบบ และอย่าลืมว่า “การปรับปรุงต่อเนื่อง” สำคัญมาก ตามที่ Gauss Algorithmic ระบุไว้ว่า โครงการ AI ที่ดีต้องผ่าน “Discovery → Data → Build → Implement” gaussalgo.com ดังนั้นเราจึงแนะนำว่าให้เพื่อนๆ มีทีมคอย Monitor / ปรับ / พัฒนา อย่าให้ AI ตกอยู่ในสถานะทดลองเฉย ๆ
มากกว่าคำว่า “เริ่ม” คือ อะไร?
เพื่อนๆ คะ ถ้าถามว่า “แล้วถ้าเราใช้ AI แล้วจะได้อะไร?” เราอยากให้คิดว่า AI ไม่ได้มาแทนคนทั้งหมด แต่มา “ช่วยให้คนของเราทำงานที่มีค่ามากขึ้น” และ “ทำให้ธุรกิจเราเดินได้เร็วขึ้น” เช่น เราเคยเสียเวลาตอบคำถามซ้ำ ๆ ทุกวัน เมื่อเปลี่ยนมาใช้ Chatbot + AI ทีมงานได้โฟกัสงานใหญ่ขึ้น ลูกค้ามีความพึงพอใจมากขึ้น และเราก็ขายได้มากขึ้น
อีกส่วนคือ “ความได้เปรียบในการแข่งขัน” ธุรกิจที่เริ่มใช้ AI แบบจริงจัง มักไปได้เร็วกว่า ธุรกิจที่รอดูเฉย ๆ บทความจาก IBM แสดงให้เห็นว่าองค์กรที่ลงทุนใน AI และฝึกระบบอย่างต่อเนื่อง มักเห็นผลลัพธ์ที่ดี ขึ้น cdn.openai.com+1 ซึ่งเราก็เห็นในธุรกิจรอบตัวเราเช่นกัน
สุดท้ายคือ “ไม่หลงทาง” … เพื่อนๆ ค่ะ เรามักเห็นคนซื้อเครื่องมือ AI แล้ว “ไม่รู้จะใช้ยังไง” หรือ “ไม่มีข้อมูลรองรับ” หรือ “ไม่มีทีมที่ใช้งานได้จริง” ซึ่งทำให้โครงการหยุดหรือเสียเงินโดยไม่มีผลลัพธ์ ดังนั้นการเดินทางแบบเป็นขั้นตอน และมีวัตถุประสงค์ชัด จึงสำคัญมาก
ข้อควรระวังเล็ก ๆ ที่อยากให้เพื่อนๆ รู้
อย่ารีบเริ่มแบบใหญ่เกินไป จนทีมรู้สึกท่วม หรือข้อมูลยังไม่พร้อม
อย่าเลือก AI เพราะว่ากระแส แต่เลือกเพราะ “ธุรกิจเรา ต้องการ”
อย่าลืมถาม ว่า “ผลลัพธ์ คืออะไร?” ไม่ใช่แค่ “ลอง AI‑ดู”
อย่าลืมเรื่องจริยธรรม และความปลอดภัยของข้อมูล เพราะ AI ทำงานกับข้อมูลเยอะมาก arXiv+1
สรุปแบบเพื่อนคุยกัน
เพื่อนๆ ค่ะ ถ้าเราอยากให้ธุรกิจเราโตขึ้น AI คือหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยได้จริง แต่สิ่งที่ทำให้แตกต่างคือ เราเดินแบบมีแผน และไม่หลงทาง – เริ่มจาก “อยากแก้ปัญหาอะไร” – เตรียม “ข้อมูล คน ระบบ” – แล้วเริ่ม “ทดลอง ขยายผล” แบบนี้ เราได้โอกาสสูงที่จะเห็นผลจริง และยั่งยืน ค่ะ
ถ้าเพื่อนๆ กำลังคิดว่า “แล้วเริ่มจากตรงไหน?” เราแนะนำให้กลับมาที่ 2 สิ่งนี้ก่อน:1. งานซ้ำ ๆ หรือปัญหาที่หนักใจในธุรกิจเรา2. ข้อมูล คน ระบบ ของเรา มีอะไรที่ต้องเตรียมหรือยัง
แล้วค่อยเดินต่อด้วย 3 ขั้นตอนที่เราเล่าไป ไว้วันหนึ่ง เมื่อเรามองย้อนกลับมา จะเห็นว่า “ใช่ … เรามาไกลแล้ว” ค่ะ
#AIในธุรกิจ #การนำAIมาใช้ธุรกิจ #AIสำหรับธุรกิจ #ระบบอัตโนมัติธุรกิจ #เริ่มใช้AI #AIBusinessGrowth #DigitalTransformationWithAI #AIStepByStep

ความคิดเห็น